วีดีโอ

วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

การศึกษาทางไกล open learning


ความหมาย :
ห้องเรียนเปิด
เป็นวิธีการมากกว่าระบบหรือเทคนิคขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เรียน(ตลาด)
ไม่ได้ขึ้นกับ ครูหรือสถาบันเรียนจัดเวลาและวิธีการเรียน อย่างอิสระให้เหมาะกับ
ตนเองโดยใช้ distance learning และเทคโนโลยีทางการศึกษา
เพื่ออำนวยความสะดวกในการเรียนผู้เรียนบริหารการเรียนด้วยตนเอง
ห้องเรียนเปิด มีผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเพื่อเปิดโอกาสให้มีการเรียนอย่างต่อเนื่อง
ตามความต้องการของผู้เรียน และความต้องการของท้องถิ่น
ตัวอย่าง เช่น

ผู้เรียน จะเลือกเรียนตามความต้องการของตนเองแล้วแต่ว่าต้องการความรู้
ต่อเนื่องในด้านไหนทางสถาบัน(ผู้สอน)ก็จะปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสม
กับความต้องการในขณะนั้นโดยผู้เรียนสามารถจัดเวลาได้เอง เช่น
08.00-1700 ทำงาน
17.00-18.00 ออกกำลังกาย
18.30-20.00 ดูข่าว
21.00-22.00 เรียน

เราสามารถนำการเรียนทางไกลมาใช้ ช่วย การเรียนแบบห้องเรียนเปิดได้
เช่น จากการที่ ต้องมีเวลาในการดูโทรทัศน์ เพื่อการศึกษา สมมุติวิชา
ที่เรียนถ่ายทอดตอนตี5 ถ้าไม่ได้ดูทำอย่างไรผู้สอนนำเทปที่บันทึกไปไว้
บนโฮมเพจผู้เรียน สามารถเข้าไปดูได้ในเวลาที่ว่างซึ่งทำให้ประหยัด
ต้นทุน เงินและเวลาในการผลิตเพราะอย่างไรผู้สอนก็ต้องผลิตชุดวิชา
ที่เรียนอยู่แล้ว คนเรียนมีอิสระที่จะเรียนได้ตามความต้องการ ง่าย และ
สะดวกขึ้นในการเรียนแบบเปิดจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอน
และการผลิตสื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วทันสมัย


ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่.
-Tools for On-line Learning
-Open Learning
-Open Learning Agency Library
-Open Learning
-Open Learning Centre - Camarthen
-Open Learning Institute of TAFE's open learning courses
-The Nature of Open Learning
-Open Learning and Life-Long Learning
-Distance Learning Humber College
-Open Learning Courses
-Open Learning Communities Homepage
-Open Learning Australia
-Open Learning Agency (British Columbia)
-Welcome to the Office of Open Learning-Open Learning Updat

 

การศึกษาทางไกล online learning


















โดยคำนิยาม
online learning คือ การเรียนโดยผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
ผู้เรียนรับผิดชอบผลที่ได้รับจากการเรียน โดยให้การสนับสนุน
และให้คำแนะนำมากกว่าให้นักเรียนจดข้อมูลต่างๆในห้องเรียน
ผู้สนับสนุนจัดหานักเรียนจากแนวที่กำหนดไว้ และ กิจกรรมในการเรียน
ให้นักเรียนหาข้อสรุปและตอบกลับโดยการหาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง
หนังสือ และสิ่งตีพิมพ์เป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญรวมถึงเพื่อนร่วมชั้นเรียน
และไม่ควรมองข้ามเรื่องสถานที่ที่จะใช้


จากคำนิยาม online learning 
เน้นกระบวนการ นอกจากการสะสมข้อมูล
การจดจำ online learning ยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน(กระบวนการ),
การประเมินค่า,และการประยุกต์ใช้ข้อมูลความสามารถทางเทคโนโลยี
ของคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต ช่วยให้กระบวนการต่างๆ บรรลุผล
ได้อย่างรวดเร็ว และทำให้เข้าใจได้ครอบคลุม เทคโนโลยีใหม่ๆ

online learning..กระบวนการปฏิรูป(การเปลี่ยนแปลง)
การเรียนในห้องเรียนเสมือน เทคโนโลยีเป็นศาสตร์และศิลป์
ในการใช้เทคโนโลยีเชิงปฏิสัมพันธ์ ไม่ใช่เป็นเครื่องมือช่วยในการเรียน
แต่เปรียบเสมือนการเขียนให้เห็นทางไกล สำหรับการเรียน เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ว่า
นักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียน
เมื่อเทคโนโลยีถูกนำมาใช้ เพราะเทคโนโลยีสร้างองค์ประกอบแวดล้อม
และโอกาสในการเรียนได้หลากหลายรูปแบบ ผู้สนับสนุนเรียนรู้วิธีการใหม่
ในขณะที่เทคโนโลยีแสดงถึงความซับซ้อนในระดับต่างๆ,
การประสิทธิภาพในการเรียน ได้มากขึ้น
เพราะฉะนั้น เป็นสิ่งถูกต้องที่ว่า
การเรียนคือศูนย์กลางในห้องเรียนเสมือนหลักสูตรการเรียนonline
ต้องการความร่วมมือและการปฏิสัมพันธ์ในระดับสูง
เพื่อค้นหา,ประเมินค่า,และปฏิบัติการโดยไม่มีข้อจำกัดของจำนวนข้อมูล
ที่มีอยู่และเป็นประโยชน์
โดยผู้สนับสนุนสมมุติกฎของผู้นำและผู้เรียน


แหล่งค้นคว้าของไทยที่น่าสนใจ เช่น
- เครือข่ายกาญจนาภิเษก
- http://www.school.net.th/library
- http://www.thaiedgov.org
- http://www.onec.go.th
- http://examcybernet.com
และอื่นๆ อีกมาก

การศึกาาทางไกล teleconference




























ความหมาย :
หมายถึง การที่บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป หรือบุคคลเป็นกลุ่ม
ซึ่งอยู่ต่างสถานที่กัน สามารถติดต่อกันในการเรียน อภิปราย
หรือการประชุมร่วมกันได้โดยอาศัยอุปกรณ์โทรคมนาคม
ที่ออกแบบมาเพื่อการประชุม ติดต่อ
หรือโดยอาศัยระบบสายโทรศัพท์ร่วมกับอุปกรณ์ขยายเสียง
อันประกอบด้วย ไมโครโฟน ลำโพง และเครื่องขยายเสียง
หรือโดยอาศัยระบบคลื่นไมโครเวฟ และการส่งสัญญาณ
ผ่านดาวเทียมในการติดต่อด้วย
โทรประชุม อาจมมีขึ้นในรูปแบบการบรรยายทางไกล
(telelecture) และการสอนทางโทรศัพท์ (teleplone-base instruction)
เป็นต้น (Backer 1978:212)

รูปแบบการโทรประชุมเพื่อการศึกษาทางไกลการใช้ระบบโทรประชุมเพื่อการศึกษาทางไกล สามารถใช้ได้ 3 รูปแบบ คือ

1. Audio Teleconference
เป็นการประชุมหรือการเรียนการสอนที่พูดคุยติดต่อกันได้ด้วยเสียง
แต่ไม่เห็นหน้ากัน การติดต่อต้องอาศัยระบบสายโทรศัพท์ หรือผ่านดาวเทียมสื่อสาร
2. Computer-Base Teleconference
เป็นการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้แทนโทรศัพท์
ขยายเสียงในสถานที่รับฟัง โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ธรรมดาในการ
ติดต่อ ข้อมูลที่รับจะปรากฏบนจอของเครื่องคอมพิวเตอร์แทนเสียง ซึ่งการใช้อุปกรณ์
โทรประชุมแบบนี้เหมาะในการได้รับรายละเอียดของเนื้อหาข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อการ
เก็บบันทึก และเป็นการช่วยผู้เข้าร่วมมประชุมหรือผู้เรียนที่อาจมีอุปสรรคทางด้านการ
พูดและฟังด้วย

3. Video Teleconferenceเป็นการใช้เครื่องวิดีโอและโทรศัพท์ในการส่งและรับภาพและข้อมูล การใช้อุปกรณ์
แบบนี้ราคาแพงและเชื่อมโยงสถานที่ได้น้อยกว่า
การติดต่อระบบนี้มีประโยชน์ในการปนะชุมหรือการเรียนการสอนในงานที่ยุ่งยากซับซ้อน
จึงเหมาะแก่การสาธิต หรือการแสดงเทคนิคใหม่ๆ ให้ชม

ข้อดีของการโทรประชุม (Teleconference)

1. ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและลดความเสี่ยงในการเดินทางไปร่วมประชุม
2. ทำให้การดำเนินงานสะดวก รวดเร็ว ทันต่อเหตุกาณ์
3. เป็นการสื่อสารสองทางที่สามารถโต้ตอบกันได้ทันที
4. สามารถประชุมร่วมกันจากหลายๆ ที่ในเวลาเดียวกัน
5. สามารถส่งภาพวัตถุ หรือข้อมูล ให้แต่ละสถานที่ได้พร้อมกัน
6. สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เช่น ด้านการศึกษา การแพทย์ ฯลฯ

ที่มา..
สมศักดิ์ ดีเลิศไพบูลย์.(2541).กองสื่อสารข้อมูล การสื่อสารแห่งประเทศไทย: เอกสาร
ในปัจจุบันนี้ระบบโทรประชุมก้าวหน้าไปมาก
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่..


teleconference: The live exchange of information among persons and
machines remote from one another but linked by a telecommunications system.
Note: The telecommunications system may support the teleconference by providing
audio,video, and data services by one or more means, such as telephone,
telegraph, teletype, radio, and television. (188)
-Teleconference Magazine
-What is multimedia conferencing?
-CyberShop Studio - Video on Demand 1,2
-AT&T TeleConference Services

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

การศึกษาทางไกล vod video on demand


Video on Demand คือ ระบบการเรียกดูภาพยนตร์ตามสั่งที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกดูภาพยนตร์
หรือข้อมูลภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงได้ตามต้องการตามสโลแกนว่า
To view "What one wants. when one wants."
โดยสามารถใช้งานนี้ได้จากเครือข่ายสื่อสาร (Telecommunications Networks)
ผู้ใช้งาน ซึ่งอยู่หน้าเครื่องลูกข่าย(VideoClient)สามารถเรียกดูข้อมูลที่เป็นภาพเคลื่อนไหว
ได้ทุกเมื่อตามต้องการและสามารถควบคุมข้อมูลวิดีโอนั้น ๆ โดยสามารถย้อนกลับ (Rewind)
หรือกรอไปข้างหน้า (Forward) หรือหยุดชั่วคราวได้เปรียบเสมือนการดูวิดีโอที่บ้านนั่นเอง
ทั้งนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายไม่จำเป็นต้องดูข้อมูลเดียวกันกล่าวคือสามารถดูภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน
หรือต่างกันก็ได้


การใช้งาน Video on Demand จะให้ความสะดวกแก่ผู้ใช้มากกว่าระบบ Video Broadcast
(เช่น ระบบโทรทัศน์ทั่วไปซึ่งเป็นการส่งสัญญาณวิดีโอออกมาเป็นชุดเดียว
(1 Stream) สำหรับผู้ใช้ทุกคน ผู้ใช้แต่ละคนจะได้ดูภาพสัญญาณอันเดียวกัน
รายการต่าง ๆ จะมีตามเวลาที่กำหนดไว้ ผู้ใช้ต้องรอเวลาเพื่อที่จะได้ดูรายการที่ตนเองต้องการ)
 กรณี Video on Demand ผู้ใช้แต่ละคนจะสามารถเลือกดูรายการที่ตนเองสนใจเวลาใดก็ได้
ไม่ขึ้นอยู่กับผู้อื่นและไม่ต้องรอตารางเวลาแต่ก็จะต้องใช้ความเร็วของเครือข่ายสื่อสารมากตามไปด้วย
เนื่องจากจะต้องมีการส่งสัญญาณวิดีโอ 1 stream สำหรับผู้ใช้ 1 คน ระบบ Video on Demand นี้
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งในแง่ให้ความบันเทิงและให้ความรู้ ตามแต่เนื้อหาของวิดีโอ
ที่เราจะบรรจุลงไป



  ส่วนประกอบหลักของ Video on Demand
     ส่วนประกอบหลักและการทำงานของแต่ละส่วนในระบบ Video on Demand
     มีดังต่อไปนี้

       -  เครื่อง Video Server
      ระบบ VOD จะทำการเก็บข้อมูลภาพเคลื่อนไหวเป็นแบบดิจิตัลบนเครื่อง video server
และเครื่อง server นั้นจะส่งข้อมูลภาพเคลื่อนไหวไปให้เครื่องลูกข่าย (Video Client) ตามที่ขอมา
โดยคุณสมบัติของ video server ก็คืออัตราการเปลี่ยนแปลงของภาพต่อเนื่องจะต้องมากพอเพื่อที่จะสามารถ
ถ่ายทอดข้อมูลภาพและเสียงอย่างครบสมบูรณ์ให้เกิดเป็นภาพเคลื่อนไหวต่อเนื่องสำหรับผู้ใช้ซึ่งอยู่ที่เครื่องลูกข่าย
และมีระบบอินพุต/เอาต์พุตที่มีประสิทธิภาพ

      เครื่อง video server จะต้องมีระบบฮาร์ดดิสก์ ซึ่งใช้เก็บข้อมูลภาพยนตร์
หรือภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆที่มีความเร็วมากพอที่จะทำการอ่านข้อมูล
และส่งออกไปยังระบบเครือข่ายเพื่อส่งไปยังคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ต่อไปตามปกติแล้วข้อมูลวิดีโอมักจะมีขนาดใหญ่
และต้องการความเร็วในการส่งข้อมูลมาก (1.5 Mbps สำหรับคุณภาพ MPEF-1 หรือระดับ Video VHS
และ 6-8 MBPS สำหรับคุณภาพ MPEG-2 หรือระดับเลเซอร์ดิสก์) ดังนั้นเครื่อง Video Server
จึงต้องมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะรองรับและแจกจ่ายข้อมูลวิดีโอเหล่านี้ไปยังลูกข่ายหรือไคลแอนต์ได้

     เครื่อง Video Server จะมีที่เก็บข้อมูลเรียกว่า disk array ที่มีความจุและความเร็วสูง ทำหน้าที่
เป็นหน่วยเก็บภาพเคลื่อนไหว (Video)ซึ่งจะทำการจัดเก็บวิดีโอในตัวของมันในรูปแบบของบิตข้อมูลดิจิตัล
ข้อมูลที่เก็บอยู่จะผ่านการบีบอัดข้อมูล (Data Compression) โดยเครื่องเข้ารหัส (Encoder)
ในรูปแบบมาตรฐานของMPEG (Moving Picture Experts Group)
ซึ่งเป็นมาตรฐานที่พัฒนาเพื่อใช้กับการแพร่ภาพโทรทัศน์ในระบบดิจิตัล

      ระบบ VODจะต้องมีส่วนเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่สามารถส่งข้อมูล
ออกทางเครือข่ายสื่อสารด้วยความเร็วมากพอ โดยข้อมูลที่ถูกบีบอัด
ดังกล่าวจะถูกส่งผ่านเครือข่ายในลักษณะ real-time ไปยังเครื่องลูกข่าย
ที่เป็น Video Client และเนื่องจากข้อมูลภาพเคลื่อนไหวจำนวนมาก
จะถูกส่งไปยังคอมพิวเตอร์ลูกข่ายตามที่ผู้ใช้ที่ปลายทางเรียกขึ้นมา
ดังนั้นระบบเครือข่ายสื่อสารที่จะมารองรับการใช้งานระบบ VOD
จะต้องมีความเร็วและประสิทธิภาพสูงพอที่จะสามารถรองรับข้อมูล
มัลติมีเดียจำนวนมหาศาลนี้ได้ เช่น

     - ATM (Asynchronous Transfer Mode)
      - FDDI (Fiber Distributed Data Interface)
      - DQDB (Distributed Queue Dual Bus)   
      - 100-Mbps Ethernet (IEEE 802.12)

ในบรรดาเครือข่ายทั้งหมดนี้ ระบบเครือข่าย
ATM (Asynchronous Transfer Mode) เป็นเครือข่ายที่มาแรงที่สุด
และเป็นที่นิยมที่สุดในการใช้กับระบบ VOD เนื่องจาก ATM
เป็นเครือข่ายซึ่งได้พัฒนามาเพื่อการส่งข้อมูลทุกรูปแบบที่ความเร็วสูง
ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล เสียง data หรือ video และมีการประกันคุณภาพการส่ง
(Quality of Service) ด้วย

      เครื่องลูกข่าย (Video Client)
      Video Client เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อเล็กทรอนิกส์
ที่สามารถแปลงข้อมูลที่ได้รับจาก Video Server ให้เป็นสัญญาณภาพ
และแสดงผลขึ้นบนจอคอมพิวเตอร์หรือจอโทรทัศน์ที่เป็น
End User Equipment ได้

      โครงสร้างโดยรวม (Architecture) ของระบบ Video on Demand
จะประกอบด้วย video server และ local database ซึ่งจะต่อถึงผู้ใช้งานโดย
ผ่านเครื่อข่ายสื่อสาร ทางด้านเครื่อง video client ของผู้ใช้งาน
จะต้องประกอบด้วยส่วน interface ตลอดจนส่วน decoder ข้อมูลที่ส่งมา
จากเครื่อง server และจะสามารถดูข้อมูลภาพเคลื่อนไหวผ่านจอ
(อาจเป็นจอคอมพิวเตอร์หรือจอโทรทัศน์ก็ได้)
และรับสัญญาณเสียงออกทางลำโพง (speaker)
ส่วนประกอบทางด้านผู้ใช้งาน แสดงดังรูปที่ 3 ส่วน network interface
ทำหน้าที่ถอดรหัสสัญญาณที่เข้ามาและส่งต่อไปยังอุปกรณ์เอาต์พุต
(จอและลำโพง) ที่ได้เลือกใช้บริการจากระบบ VOD และยังทำหน้าที่
แปลข้อมูลการเลือกของผู้ใช้ (ซึ่งผู้ใช้อาจเลือกผ่านรีโมตคอนโทรล
คีย์บอร์ด หรือเมาส์)
เป็นสัญญาณที่ใช้สำหรับส่งต่อไปในเครือข่ายอีกด้วย

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการสั่งงานของผู้ใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะบริการ
ของระบบ VOD ที่ใช้ เช่น ถ้าใช้บริการ Movies on Demand
ก็ควรจะเลือกภาพยนตร์และควบคุมฟังก์ชั่นโดยใช้รีโมตคอนโทรล
แต่ถ้าใช้บริการในลักษณะ Distance Learning การใช้คีย์บอร์ดดูจะ
เหมาะสมกว่า เป็นต้น
Application
รายละเอียด
Movies on Demand





Interactive video games




Interactive news television




Catalog browsing




Distance Learning







Interactive advertising


ลูกค้าสามารถเลือกดูภาพยนตร์ได้
ตามความต้องการและสามารถควบคุม
ฟังก์ชั่นการใช้งานได้เช่นเดียวกับ
เครื่องเล่นวิดีโอ (VCR)



ลูกค้าสามารถเลือก download
เกมส์คอมพิวเตอร์มาเล่นได
้ตามความต้องการ


ลูกค้าสามารถเลือกดูรายละเอียดของ
ข่าวสารที่ตนเองสนใจได้ตาม
ความต้องการ


ลูกค้าสามารถดูรายละเอียดสินค้า
ในลักษณะเดียวกับดู catalog สินค้า
และสามารถสั่งซื้อได้ตามต้องการ


นักเรียนที่ลงเรียนในหลักสูตรหนึ่ง ๆ
สามารถ "ศึกษาเมื่อต้องการ"
โดยการเลือกบทเรียนจากวิดีโอที่เก็บอยู่ใน
Video Server ได้
ทำให้นักศึกษาสามารถทบทวนบทเรียน
ได้ทุกเวลาด้วยตนเองตามความต้องการ


ลูกค้าสามารถเสนอความคิดเห็นหรือ
ข้อแนะนำในแบบสำรวจ (advertiser survey)
และอาจได้รับรางวัลโดยการได้รับสินค้าหรือ
บริการฟรีจากทางผู้ผลิต
ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ




  การให้บริการของระบบ Video on Demand (Interactive Services)

ระบบ VOD จะต้องมีความสามารถดังต่อไปนี้
     1.  ความสามารถในการให้บริการ video สำหรับผู้ใช้
        บริการแต่ละคนได้ตามความต้องการของผู้ใช้
        ทั้งนี้การให้บริการจะเป็นลักษณะ one-to-one
        ไม่ใช่ simulcast หรือ broadcast

     2.  ผู้ใช้งานสามารถควบคุมภาพได้ในลักษณะเดียว
        กับเครื่องเล่นวิดีโอที่ใช้ตามบ้าน กล่าวคือผู้ใช้
        ต้องสามารถหยุดชั่วคราว (Pause) กรอกลับ (Rewind)
          หรือกรอไปข้างหน้า (Forward) ได้ตามต้องการ

     3.  มีความเร็วการส่งข้อมูลภาพเคลื่อนไหวพร้อมกับเสียง
        อย่างน้อย 1.5 Mbps สำหรับคุณภาพ MPEG-1 หรือ
        ระดับ (Video VHS) และ 6-8 Mbps สำหรับคุณภาพ
        MPEG-2 (หรือระดับ Laser Disc) สำหรับผลรวมของ
        อัตราการส่งข้อมูลภาพ เสียง และข้อมูลที่ใช้ควบคุม

     4.  ระบบจะต้องถูกออกแบบให้มีมาตรการรักษา
        ความปลอดภัยที่ดีเพียงพอ เนื่องจากอาจมีข้อมูล
        ที่สำคัญเก็บอยู่ในระบบ เช่น ตัวเลขที่เป็นความลับ
        ของบริษัท เป็นต้น

         จากความสามารถของระบบข้างต้น
       ทำให้ระบบ VOD สามารถนำไปใช้ให้บริการได้มากมาย




 บทสรุป

     ระบบ Video on Demand
     เป็นระบบที่ประกอบด้วย Video Server, เครือข่ายสื่อสาร
    และ Video Client  Video Server
    มักเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง
    มีที่เก็บข้อมูลที่มีความจุและความเร็วสูงเพื่อที่จะเก็บข้อมูลวิดีโอ
    มีส่วนเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่สามารถส่งข้อมูลออกทางเครือข่าย
    สื่อสารด้วยความเร็วมากพอ
     VOD เป็นเทคโนโลยีที่ยังอยู่ในช่วงพัฒนาเพื่อให้ได้ระบบหรือ
    มาตรฐานที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นไป และเนื่องจาก Video on Demand
     ยังเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก ดังนั้น อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบ
    Video on Demand นั้นจึงยังมีไม่มากนัก และมีราคาแพงอยู่
    และยังมีการพัฒนาอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังตัวอย่างเช่น
    อุปกรณ์ที่ใช้การเข้ารหัส (encode) และถอดรหัส (decode)
     ซึ่งแต่เดิมเป็นมาตรฐาน MPEG-1 ปัจจุบันได้พัฒนาถึงมาตรฐาน
    MPEG-2 แล้วซึ่งจะให้คุณภาพของภาพเคลื่อนไหวดีขึ้นมาก

    อย่างไรก็ตามเทคโนโลยี VOD มีแนวโน้มที่จะเป็นที่แพร่หลาย
    ในอนาคต เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ทั้งในด้านสาระ
    และความบันเทิง สามารถใช้งานได้ง่ายทางด้านผู้ใช้เทคโนโลยี
    ต่างก็เฝ้าคอยที่จะเห็นเทคโนโลยีนี้พัฒนาขึ้นจนเป็นที่รู้จักและใช้
    งานกันทั่วไป อันจะมีประโยชน์ต่อสถาบัน
    องค์กรธุรกิจไปจนถึงในครัวเรือนต่าง ๆ
    ต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้



ที่มา :
อรพินท์ อัสรางชัย. (2540). ระบบVDO on Demand. สาร Nectech, ปีที่4 ฉบับที่6, 68.
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่.. 

วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

เหตุเกิดกฏแห่งกรรม

กฏแห่งกรรม





1. เหตุใดคุณมีเสื้อผ้าแพรพรรณอันงดงามสวมใส่มากมาย
เพราะชาติก่อนคุณเคยถวายจีวรแด่พระสงฆ์


2. เหตุใดชาตินี้คุณมีอาหารดีดีรับประทานอยู่เสมอ
เพราะชาติก่อนคุณเคยทำทานอาหารแก่คนยากจนในชาติก่อน


3. เหตุใดชาตินี้คุณอดอยากยากจน ไม่มีเสื้อผ้าดีดีสวมใส่
เพราะคุณตระหนี่ขี้เหนียวไม่ยอมทำทานคนจน ในชาติก่อน


4. เหตุใดชาตินี้คุณมีบ้านเรือนใหญ่โต
เพราะคุณเคยถวายข้าวสารเข้าวัดในชาติก่อน


5. เหตุใดชาตินี้คุณมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสุขม าก
เพราะคุณเคยถวายเงินสร้างวัดในชาติก่อน


6. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนสวย และรูปงาม
เพราะคุณเคยถวายดอกไม้สดบูชาพระด้วยความเคารพในชาติก ่อน


7. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องมีปัญญาดี
เพราะคุณเคยเป็นพุทธมามกะและทานมังสวิรัติในชาติก่อน


8. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นที่รักของทุกๆ คนและมีเพื่อนมากมาย
เพราะคุณเคยสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อทุกคนในชาติก ่อน


9. เหตุใดชาตินี้คุณมีพ่อ แม่อยู่พร้อมหน้า
เพราะคุณเคารพและให้ความช่วยเหลือ ไม่ดูแคลนคนไร้­ญาติในชาติก่อน


10. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นเด็กกำพร้า
เพราะคุณเคยยิงนก ตกปลา และพรากสัตว์ในชาติก่อน


11. เหตุใดชาตินี้คุณมีอายุยืนแข็งแรง
เพราะคุณเคยปล่อยนก ปล่อยปลา สิ่งมีชีวิตในชาติก่อน


12. เหตุใดชาตินี้คุณอายุสั้น
เพราะชาติก่อนคุณเคยฆ่าสัตว์มากมาย


13. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนรับใช้
เพราะชาติก่อนคุณเคยดูถูกเหยียดหยามคนจน


14. เหตุใดชาตินี้คุณมีดดวงตาสดใส
เพราะชาติก่อนคุณเคยเติมน้ำมันตะเกียงและจุดไฟบูชาพร ะ


15. เหตุใดชาตินี้คุณโง่ปัญญาอ่อนและหูหนวก
เพราะชาติก่อนคุณเคยด่าว่าและหยาบคายต่อหน้าพ่อแม่


16. เหตุใดชาตินี้คุณต้องตายเพราะยาพิษ
เพราะชาติก่อนคุณเจตนาวางยาในต้นน้ำลำธารให้เป็นพิษ


17. เหตุใดชาตินี้คุณจึงแขวนคอตาย
เพราะชาติก่อนคุณใช้ตะข่ายล่าและดักสัตว์


18. ถ้าชาตินี้คุณฆ่าเขา
ชาติหน้าเขาก็จะฆ่าคุณ และจะฆ่ากันไป-มาไม่มีสิ้นสุด


19. ถ้าชาตินี้คุณบอกเล่ากฏแห่งกรรม
คุณจะเป็นที่เคารพนับถือมากมายในชาติหน้า



                                                                       

สแกนกรรม 45 อย่าง

สแกนกรรม 45 อย่าง


1. กรรมที่ไม่มีลูก

กรรมจาก การทำร้ายลูกของสัตว์อื่น พรากสัตว์อื่นจากพ่อแม่หรือเคยข่มเหงลูกคนอื่น
ลดกรรม ด้วยการงดกินเนื้อสัตว์ทุกๆ 7 วัน ในทุกๆเดือนทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญบริจาคทานที่มูลนิธิสัตว์หรือ มูลนิธิเด็กอ่อน 



2. เจ็บป่วยบ่อย หรือเป็นโรคร้าย
กรรมจาก เคยทำทารุณกรรมต่อสัตว์
ลดกรรม ด้วยการทำบุญทำทานกับสัตว์อนาถา ให้อาหารให้ความเมตตา ซื้อยาหรือบริจาคเงินที่โรงพยาบาลสงฆ์ ทำบุญปล่อยเต่า งดกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต 

3. ตาบอดหรือเป็นโรคตา
กรรมจาก เคยทำร้ายสัตว์ที่ดวงตา หรือไม่เคยทำบุญเติมน้ำมันตะเกียงในชาติก่อน หรือเคยทำลายไฟฟ้าของวัด ของที่สารธารณะ
ลดกรรม ซื้อโคมไฟ หลอดไฟถวายวัด ถวายเทียนห่อใหญ่ ถวายไฟฉาย เติมน้ำมันตะเกียงทุกวันพระ บริจาคเงินในกล่อง ซื้อน้ำมันเติมตะเกียงที่วัด 

4. ถูกรถเฉี่ยวชน ถูกลูกหลง ถูกสัตว์กัดต่อย
กรรมจาก จากเคยเป็นคนพาลเกะกะเกเร หาเรื่องเดือดร้อนให้ผู้อื่น มักรังแกและสาปแช่งผู้อื่นอยู่เสมอ
ลดกรรม หมั่นพูดดี มีวาจาไพเราะ 

5. สูญเสียคนใกล้ชิด
กรรมจาก เคยยิงนกตกปลา
ลดกรรม ทำบุญไถ่ชีวิตโค กระบือ งดกินเนื้อสัตว์อย่างน้อยสัก 1 อย่างชั่วชีวิต หรือกินเจทุกๆ 3 เดือน ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา 

6.ถูกนินทา ถูกให้ร้าย
กรรมจาก เคยพูดจาให้เป็นเหตุให้คนอื่นเป็นทุกข์หรือเดือดร้อน
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี พูดดี พูดให้คนอื่นเกิดประโยชน์ พูดให้ผู้อื่นมีความสุข 

7. มักเดือดร้อนเพราะไฟ ไฟไหม้บ้าน ไฟดูด
กรรมจาก เคยลบหลู่พระสงฆ์ และศาสนา
ลดกรรม ตักบาตรทุกวันพระ ทำบุญถวายสังฆทานทุกเดือน ฟังเทศน์ฟังธรรมทุกวันพระ หรือทุกๆเดือนในวันพระ ร่วมพิมพ์หนังสือ ธรรมะแจกจ่ายฟรี 

8. ขาดบารมี ไร้ญาติขาดมิตร
กรรมจาก ไม่เคยไปร่วมงานบุญงานศพ
ลดกรรม ร่วมทำบุญงานศพ บริจาคเงิน หรือร่วมด้วยแรงกายช่วยงานอื่นๆในงานศพ เช่นทำอาหาร จัดดอกไม้ 

9. ตั้งหลักปักฐานไม่ได้ โยกย้ายบ่อย
กรรมจาก ไม่เคยร่วมทำบุญสร้างโบสถ์สร้างวิหาร แก่วัดวาอารามต่างๆ
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างหลังคาวิหาร ร่วมทำบุญฝังลูกนิมิต หมั่นไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ณ เมืองที่ตนอยู่อาศัย 

10. มักถูกรังแก ถูกเบียดเบียน
กรรมจาก ไม่เคยบวช หรือทำบุญงานบวช
ลดกรรม บวช ด้วยจิตศรัทธาปวารถาอย่างบริสุทธิ์ไม่มีเจตนาอื่นแอบ แฝงจะบวช 7 วัน หรือ 15 วัน 1 เดือน 1 พรรษา แล้วแต่ จิตศรัทธา ถ้าเป็นสตรีจะบวชชีพราหมณ์ หรือถือศีล 8 ตามเวลาที่สะดวกและตั้งจิตศรัทธา หรือร่วมทำบุญงานบวชอย่าง สม่ำเสมอเท่าที่จะทำได้ 

11.ไม่มีคนชื่นชมเอ็นดู ชาดเสน่ห์
กรรมจาก ไม่เคยถวายของหอม
ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระทุกวันพระ ถวายธูปหอม เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย ทองคำเปลว ประน้ำอบน้ำปรุง ประพฤติดี ปฏิบัติชอบต่อผู้อื่น คิดดี ทำดี พูดดี ให้ผู้อื่นได้ดี มิให้ร้ายผู้ใด 

12. เป็นที่รังเกียจ มีกลิ่นปาก กลิ่นตัว
กรรมจาก ทำติเตียนดูแคลน ผู้ที่ชอบทำบุญทำทาน
ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอ ฟังเทศน์มหาชาติทุกๆปี ชักชวนผู้อื่นให้ร่วมทำบุญหรือบริจาคทานเป็นการบอกบุ ญผู้อื่น พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจกฟรี 

13. ไปไหนมาไหนลำบาก มีแต่อุปสรรค
กรรมจาก เคยทำลายหนทางสัญจรของวัด หรือของชาวบ้าน หรือทำให้ทางสัญจรสาธารณะได้รับความไม่สะดวก
ลดกรรม บริจาคทรัพย์หรือแรงกายช่วงสร้างสะพาน สร้างทางอันเป็นประโยชน์แก่วัด หรือชุมชนเล็กๆ ช่วยผู้คนยากไร้ให้ ได้มียวดยานพาหนะหรือทางสัญจรที่สะดวก 

14. เป็นคนรับใช้เขาร่ำไป
กรรมจาก เคยเนรคุณผู้ที่เคยมีพระคุณแก่ตน
ลดกรรม ตอบแทนผู้มีคุณด้วยความกตัญญู ร่วมทำบุญสร้างพระพุทธรูป พระประธาน ทำทานทั้งกับคนและสัตว์ 

15. ขัดสน อดมื้อกินมื้อ
กรรมจาก เคยละเว้นการใส่บาตร ละเว้นการให้ทาน เมื่อมีคนยากไร้มาขอทานอาหารและน้ำ
ลดกรรม แบ่งปันอาหาร น้ำ เสื้อผ้า แก่คนยากไร้อนาถา แม้ไม่มีเงินก็แบ่งปันสิ่งของตามที่มี ตักบาตรทุกเช้าหรือทุกวันพระ 

16. อาภัพคู่ ร้างคู่
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขา
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานคู่บ่าวสาวที่ยากจน ถวายของเป็นคู่ เช่น แจกันคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ เป็นต้น 


17. ได้คู่ที่เลวร้าย ทำร้ายตนหรือทำให้เป็นทุกข์กรรมจาก เคยข่มขืนเขาในชาติก่อน เคยทุบตีทำร้ายคู่

ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา 



18. อยู่โดดเดี่ยวยามบั้นปลาย
กรรมจาก เคยจับสัตว์ขัง
ลดกรรม ทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญทำทานแก่เด็กอนาถาและสัตว์อนาถา 

19. รูปร่างหน้าตาไม่งดงาม
กรรมจาก ไม่เคยถวายดอกไม้ของหอม
ลดกรรม ถวายพวงมาลัยดอกไม้สด ดอกไม้หอม ทำบุญบริจาคดวงตา บริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล 

20. มักถูกโกง ถูกเบี้ยวเงิน
กรรมจาก เคยคดโกงผู้อื่น
ลดกรรม สละทรัพย์บริจาคร่วมการกุศลต่างๆ ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลแก่เจ้ากรรมนายเวรทุกๆเดือน 

21. พิการ ร่างกายไม่สมประกอบ
กรรมจาก เคยทุบตีพ่อแม่ ด่าพ่อแม่ หรือทำร้ายพ่อแม่
ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระ ปล่อยนกปล่อยปลา ถือศีล 5 ศีล 8 เจริญภาวนา นั่งวิปัสสนากรรมฐาน 

22. มีคดีความ
กรรมจาก เคยพบคนทุกข์ร้อนแล้วไม่ช่วยหรือพยายามหาทางช่วยเหลื อ
ลดกรรม หมั่นทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา นั่งสมาธิ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือนๆละ 7 วัน

23. ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
กรรมจาก ไม่สงเคราะห์คนอนาถา ที่มาขออาหาร ขอชายคาหลบฝน ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก
ลดกรรม ร่วมทำบุญซื้อกระเบี้องหลังคาโบสถ์ หมั่นไปกราบไหว้บูชาศาลหลักเมือง ทำบุญทำทานแก่สัตว์พิการหรือสัตว์จรจัด 

24. จิตใจขุ่นมัว ดุดัน ขี้โมโห
กรรมจาก มักตะหนี่ในการทำบุญ
ลดกรรม สวดมนต ์ไหว้พระ ทุกวันพระ ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 5 หรือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือน บริจาคทาน แบ่งปันเงินทองหรือ สิ่งของแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือร่วมทำบุญบริจาคทานกับมูลนิธิสถานสงเคราะห์ และวัดวาอารามต่างๆ 

25. ไม่มีชื่อเสียง
กรรมจาก เคยติฉินนินทาทำให้ผู้อื่นเสียหาย
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างหอระฆัง ร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา 

26. ไม่มีวาสนาบารมี
กรรมจาก ไม่เคยนับถือชื่นชมผู้นับถือธรรมมะ

ลดกรรม ทำบุญสร้างพระพุทธรูป ทำทานกับคน 



27. มีลูกหลานไม่ดี เกเร ไม่เชื่อฟัง
กรรมจาก ทำแท้ง เคยทำร้ายคนใกล้ชิดมาก่อน และทำร้ายจิตใจครอบครัวในชาติก่อน
ลดกรรม บวชเณร โดยให้ลูกบวชหรือไปร่วมบวช จะทำให้กรรมน้อยลง ปฏิบัติธรรม อุทิศให้ลูกตนเอง 

28. เจอแต่คนเอาเปรียบ
กรรมจาก เคยเบียดเบียนเงินพ่อแม่ไว้ในอดีตชาติ เคยโกงคนไว้ในอดีตชาติ ขโมยเงินครอบครัวมาใช้
ลดกรรม หมั่นยึดถือศีล 5 ให้มั่น ไม่ดื่มเหล้า ทำให้ขาดสติ โดนโกงง่าย หมั่นสวดมนต์ อธิษฐานบารมีด้านขอพรให้พบเจอคนดีๆเข้ามาในชีวิต 

29. เกิดในสกุลต้อยต่ำ
กรรมจาก โอหัง อวดดี จิตใจคับแคบ
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างวัด สร้างพระประธาน ทำบุญทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี 

30. ไร้สง่าราศี ขาดวาสนา
กรรมจาก เคยเมาสุระอาละวาด ระรานผู้อื่น
ลดกรรม นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ทำทานกับคนอนาถา และสัตว์อนาถา ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี 

31. ไม่เจริญก้าวหน้า จิตใจเป็นทุกข์
กรรมจาก เคยชักจูงคนทำชั่ว
ลดกรรม ถือศีล 8 เป็นเวลา 7 วัน ทุกๆ 3 เดือน หมั่นทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน 

32. จิตใจฟุ้งซ่าน เป็นทุกข์
กรรมจาก เคยริษยาผู้อื่น
ลดกรรม ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยปลาลงน้ำ นั่งสมาธิ สวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร 




33. ชีวิตตกต่ำ ทำสิ่งใดไม่เจริญกรรมจาก เคยทำแท้ง

ลดกรรม ปล่อยปลาลงน้ำทุกๆเดือน จนครบ 9 เดือน หรือ 1 ปีเต็ม ถวายสังฆทาน ทำบุญใส่บาตรเสมอ 

34. เป็นเมียน้อย เมียเก็บ
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขามาก่อน ขืนใจเขาโดยไม่ยินยอม เคยอธิษฐานจิตร่วมกันมาว่ากี่ภพก็ขอให้ได้ใช้ชีวิตคู ่ด้วยกัน
ลดกรรม ถวายธงคู่ ธูปคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ อย่างใดก็ได้ อธิษฐานจิตขอให้ชีวิตคู่ที่ดีขึ้น บวชชีพราหมณ์ ปีละ 1 ครั้ง 3 วัน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยล่วงเกินให้ได้รับกุศลแ ละเปิดทางให้ชีวิตคู่ดี ขึ้น ร่วมเป็นเจ้าภาพงานแต่ง เพื่อชีวิตตนจะดีขึ้นและสมหวัง สวดมนต์ขอพรทุกวันเกิดด้านความรักให้สมหวังต่อไป ทำบุญสังฆทานสด ในวันเกิดตนเอง เดือนละครั้ง เพื่ออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติแ ละวิญญาณที่ตามมาให้ได้ รับกุศลและอโหสิกรรม 

35. เป็นทุกข์เพราะคนในครอบครัว
กรรมจาก เคยลำเอียง ไร้คุณธรรมในด้านครอบครัวไว้ก่อน เคยเอารัดเอาเปรียบคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดไว้ในชาต ิอดีตและชาติปัจจุบัน เคยทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกในอดีตชาติ
ลดกรรม ต้องบวชชีพราหมณ์ เพราะเมื่อเกิดอีกภพชีวิตจะได้ดีมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะกุศลของการบวช ปฏิบัติธรรมทำให้เจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรม และตนเองได้พบสิ่งที่มีกุศลมากขึ้น ยึดพรหมวิหาร 4 มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จะทำให้ชีวิตมีความเมตตา และไม่ลำเอียงเอารัดเอาเปรียบคนใกล้ชิด ทำให้วิถีชีวิตมีคนนับถือและพ้นจากความทุกข์ในเรื่อง ญาติพี่น้องยุ่งเกี่ยว ได้ นำพระคู่บ้านคู่เมืองเข้าสักการะที่บ้าน และสวดมนต์ขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข 

36. เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
กรรมจาก ฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ทำร้ายคนไว้ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ
ลดกรรม ตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจ จุบันชาติ รวมถึงสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ได้กุศลและอโหสิกรรมซึ่งก ันและกัน ปล่อยสัตว์ลงน้ำในวันเกิดตนเอง กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับและอโหส ิกรรม ถวายยาเข้าวัด หรือช่วยเหลือคนป่วย 

37. เป็นมะเร็ง
กรรมจาก รู้เห็นเป็นใจกับการทำแท้ง การทารุณสัตว์ หรือการทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่น
ลดกรรม ทำบุญใหญ่อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร และบวชชีพราหมณ์ 1 เดือน เพื่อส่งกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรม ทำบุญสร้างพระพุทธรูป สร้างโบสถ์หรือสร้างศาลาวัด ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี หมั่นนั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน 

38. ค้าขายขาดทุน ทำงานไม่ก้าวหน้า
กรรมจาก เคยลบหลู่เจ้าที่เจ้าทาง
ลดกรรม หมั่นทำบุญใส่บาตร ถวายสังฆทาน ถวายเครื่องเซ่นสังเวย เจ้าที่-เจ้าทาง หมั่นสวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร 

39.ด้อยปัญญา
กรรมจาก ฝักใฝ่อบายมุขในชาติก่อน หรือชักชวนคนไปทำชั่ว ดูแคลนหลักธรรมมะ
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจก ทำบุญทำทานกับโรงเรียนของเด็กพิการหรือตามมูลนิธิต่า งๆ 

40. ตกงาน
กรรมจาก เคยกลั่นแกล้งผู้อื่นในเรื่องงาน หรือแย่งงานผู้อื่น
ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทาน ร่วมงานบุญต่างๆ ปล่อยนกปล่อยปลา 

41. ไม่มีโชคลาภ
กรรมจาก ไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ
ลดกรรม หมั่นทำบุญสวดมนต์ไหว้พระ ถวายธูป เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย และทองคำเปลว 

42. เรียนไม่จบ การเรียนมีอุปสรรค
กรรมจาก ชาติก่อนปฏิเสธการฟังเทศน์ฟังธรรม
ลดกรรม หมั่นเข้าวัด ร่วมงานบุญต่างๆ ฟังเทศน์ อ่านหนังสือธรรมะ 

43. มีอาชีพต้อยต่ำที่ผู้คนดูแคลน
กรรมจาก ชาติก่อนเคยบวชด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ไร้ความศรัทธา อาศัยผ้าเหลืองหากิน
ลดกรรม ถือศีล 5 ศีล 8 นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ถวายสังฆทานทุกเดือน หรือทุก 3 เดือน 

44. ครอบครัวยากจน
กรรมจาก ชาติก่อนไม่เคยบริจาคทาน
ลดกรรม หมั่นทำบุญด้วยการบริจาคทาน ถ้ามีเงินไม่มากก็บริจาคเป็นสิ่งของ แรงกาย หรือน้ำใจ ต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก เช่น ไปช่วยอ่านหนังสือให้มูลนิธิคนตาบอด 

45. เป็นทุกข์เพราะความรัก
กรรมจาก ชาติก่อนเจ้าชู้ หลอกผู้อื่นให้อกหัก
ลดกรรม ประพฤติดีปฏิบัติดีทั้งความคิด กาย วาจา ใจ ร่วมทำบุญงานแต่งงาน ทำสิ่งดีๆให้คนอื่นได้สมรัก








วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

มงคลข้อที่ ๒๓ การอ่อนน้อมถ่อมตน ความประพฤติถ่อมตนเป็นอุดมมงคล

มงคลข้อที่ ๒๓ การอ่อนน้อมถ่อมตน ความประพฤติถ่อมตนเป็นอุดมมงคล




ความ ประพฤติถ่อมตนนั้นได้แก่ความไม่พองลม คือไม่ยกตนข่มท่าน ไม่ถือตัวว่ามีชาติตระกูลสูง มีความรู้สูง มียศสูง เป็นต้น แล้วเหยียบย่ำดูถูกผู้ที่มีชาติตระกูลต่ำกว่า มีความรู้น้อยกว่า มียศต่ำกว่า เป็นต้น

การ ยกตนข่มท่านจึงเป็นอกุศลประเภทมานะ ทำให้เป็นคนกระด้างถือตัว ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร คนมีมานะจึงไม่น่ารัก ขาดความอ่อนน้อม เป็นที่รังเกียจของผู้คบหาในปัจจุบัน และทำให้เกิดในตระกูลต่ำในภายหน้า ทำให้พลาดจากคุณวิเศษที่ควรจะได้

เหมือนดังครูสัญชัย  เวลัฏฐบุตร ที่เคยเป็นครูของท่านพระสารีบุตร และท่านพระมหาโมคคัลลานะ

ใน สมัยที่ยังมิได้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า เดิมท่านทั้งสองบวชเป็นปริพาชกในสำนักของครูสัญชัย เรียนจนจบความรู้ที่ครูสอนให้ เห็นว่ายังไม่ใช่ทางหลุดพ้น จึงลาอาจารย์ไปแสวงหาทางหลุดพ้น ท่านพระสารีบุตรได้พบท่านพระอัสสชิ อรหันตสาวก ฟังธรรมของท่านแล้วบรรลุเป็นพระโสดาบัน

เมื่อได้บรรลุ เป็นพระโสดาบันแล้วก็นำธรรมะที่ได้ฟังนั้นไปเล่าให้ท ่านพระมหาโมคคัลลานะผู้ เป็นสหายฟัง ท่านพระมหาโมคคัลลานะก็ได้บรรลุเป็นพระโสดาบันเช่นกั น เมื่อท่านทั้งสองบรรลุธรรมแล้วก็ใคร่จะไปเฝ้าพระบรมศ าสดา ก่อนไปได้ชักชวนครูสัญชัยอาจารย์เก่าของตนให้ไปด้วย ครูสัญชัยทั้งๆ รู้ว่าการไปเฝ้าพระบรมศาสดาเป็นการไปดีมีประโยชน์ แต่ด้วยมานะว่าตนเป็นครูมีลูกศิษย์ลูกหามาก จะยอมตนเป็นศิษย์ของพระสมณโคดม ซึ่งเด็กกว่าได้อย่างไร จึงไม่ยอมไป เป็นเหตุให้พลาดโอกาสคือมรรค ผล นิพพาน ที่ควรจะได้ นี่คือโทษของมานะ ความกระด้างถือตัว ส่วนท่านพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ เมื่อได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดาบวชแล้วก็ได้เป็นพระอรหั นต์และได้เป็นพระอัคร สาวกขวาซ้ายของพระศาสดา

ด้วยความมีมานะจึงไม่ดีเลย ส่วนความไม่มีมานะ ประพฤติถ่อมตนเป็นอุดมมงคล

ความ อ่อนน้อมดุจดังต้นข้าวที่เกิดในผืนนาที่อุดมสมบูรณ์ ข้าวย่อมออกรวงเมล็ดเต็มรวง รวงข้าวชนิดนั้นจึงอ่อนน้อมลงด้วยน้ำหนักของเมล็ดข้า วที่งอกงามเต็มรวงนั่น เอง ส่วนต้นข้าวที่เติบโตในผืนนาที่ดินเป็นกรดเป็นด่างไม ่อุดมสมบูรณ์ รวงข้าวจึงมีเมล็ดข้าวไม่กี่เมล็ด เมื่อรวงข้าวเบาขนาดนั้น จึงชูรวงประกาศความมีข้าวไม่กี่เมล็ดบนรวงนั้น ท่านจึงเปรียบคุณงามความดีที่แท้จริงมักจะเป็นอ่อนน้ อมถ่อมตนกับบุคลอื่น และผู้อื่นได้เห็นคุณงามความดีและความอ่อนน้อมถ่อมตน เขาจึงได้รับการยอมรับและการยกย่องจากผู้อื่นเสมอ ต่างกับรวงข้าวที่ไม่อุดมสมบูรณ์ จะชูรวงเนื้อให้คนเห็น พวกนี้เหมือนคนที่มิได้มีคุณงามความดีอย่างแท้จริง จึงมักยกตัวหรือยกตนข่มท่าน ทำให้เป็นที่รังเกียจหรือไม่ได้รับความชื่นชมจากผู้อ ื่น